การแข่งขัน ฟุตบอลยูโร 2020 รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง “อัซซูร์รี่” อิตาลี พบกับ “สิงโตคำราม” อังกฤษ ที่สนาม เวมบลีย์ สเตเดี้ยม, ลอนดอน เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม 2564

เปิดเกมมาเพียงแค่ 2 นาที อังกฤษ ออกนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว คีแรน ทริปเปียร์ พาบอลขึ้นทางริมเส้นฝั่งขวาก่อนเปิดเข้าเขตโทษบอลถึง ลุค ชอว์ วิ่งมากดด้วยซ้ายเสียบเสาแรกเข้าไปเด็ดขาด

นาทีที่ 7 อิตาลี มาได้ลุ้นตีเสมอจากลูกฟรีคิกหน้าเขตโทษเยื้องมาทางขวา ลอเรนโซ่ อินซินเญ่ บรรจงปั่นด้วยขวาบอลพุ่งผ่านกำแพงเหินข้ามคานออกไปนิดเดียว

นาทีที่ 35 “อัซซูร์รี่” เกือบได้ประตูตีเสมอ เฟเดริโก้ เคียซ่า ลากบอลหลบ เดแคลน ไรซ์ ก่อนตัดเข้าในแล้วสับไกด้วยซ้ายจากระยะ 20 หลา บอลพุ่งหลุดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 45+2 อิตาลี ทำเกมบุกขึ้นมาอีกครั้ง มาร์โก แวร์รัตติ ได้พลิกหน้าเขตโทษก่อนยิงด้วยขวาแต่บอลไปตรงตัว จอร์แดน พิคฟอร์ด ล้มตัวรับไว้ได้ไม่ยาก หมดครึ่งแรก อังกฤษ ยังนำ 1-0

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 57 อิตาลี ได้ลุ้นอีกจากจังหวะที่ เฟเดริโก้ เคียซ่า ยิงไปแฉลบแนวรับบอลไปเข้าทาง ลอเรนโซ่ อินซินเญ่ หลุดเข้าไปซัดจ่อๆ มุมแคบแต่ จอร์แดน พิคฟอร์ด ก็ยังทุบทิ้งออกไปได้

นาทีที่ 62 “อัซซูร์รี่” โหมบุกหนักต่อเนื่อง เฟเดริโก้ เคียซ่า ลากจี้เข้าหาเขตโทษก่อนปั่นด้วยขวาจากระยะ 18 หลา บอลพุ่งจะเสียบเสาแต่ จอร์แดน พิคฟอร์ด โชว์ซูเปอร์เซฟพุ่งปัดมือเดียวไว้ได้

นาทีที่ 63 อังกฤษ มาได้ลุ้นบ้างจากลูกเตะมุม คีแรน ทริปเปียร์ เปิดโค้งไปหน้าประตู จอห์น สโตนส์ เทกตัวโหม่งแต่ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า พุ่งปัดออกหลังไปได้อีก

นาทีที่ 67 ทีมเยือนมาได้ลูกเตะมุม โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ เปิดโค้งเข้าหาเขตโทษบอลไปถึง มาร์โก แวร์รัตติ ทิ้งตัวโขก จอร์แดน พิคฟอร์ด พุ่งปัดไปชนเสาก่อนไปเข้าทาง เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ซ้ำจ่อๆ ตุงตาข่าย อิตาลี ตามตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม ครบ 90 นาที ทั้งสองทีมยังเสมอกัน 1-1 ทำให้ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที เพื่อหาผู้ชนะในการแข่งขันครั้งนี้

ช่วงต่อเวลานาทีที่ 97 “สิงโตคำราม” มาได้ลูกเตะมุม ลุค ชอว์ เปิดโด่งเข้าเขตโทษแนวรับอิตาลีสกัดทิ้งไปเข้าทาง คัลวิน ฟิลลิปส์ พักอกแล้วกดด้วยขวาบอลพุ่งหลุดเสาออกไปชนิดได้ลุ้น

นาทีที่ 103 อิตาลี เกือบได้เหมือนกัน เอแมร์สัน กระชากหลุดขึ้นมาทางซ้ายก่อนเปิดยัดไปหน้าประตู เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ ปรี่เข้าชาร์จไม่โดน จอร์แดน พิคฟอร์ด พุ่งชกทิ้งออกไปได้

นาทีที่ 106 “อัซซูร์รี่” มาได้ฟรีคิกหน้าเขตโทษระะยะ 25 หลา เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ วิ่งเข้ากดด้วยซ้ายบอลพุ่งเข้าหาประตู จอร์แดน พิคฟอร์ด รับหลุดมือก่อนตามตะครุบไว้ได้ทัน

ครบ 120 นาที ไม่มีฝ่ายใดทำประตูกันได้อีกทำให้ต้องไปตัดสินด้วยการยิงจุดโทษ และเป็น อิตาลี ที่ทำได้ดีกว่าเอาชนะไปได้ 3-2 คว้าแชมป์ ยูโร 2020 ไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
อิตาลี (4-3-3) : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า – โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, จอร์โจ้ คิเอลลินี่, เอแมร์สัน – นิโคโล่ บาเรลล่า, จอร์จินโญ่, มาร์โก แวร์รัตติ – เฟเดริโก้ เคียซ่า, ชิโร่ อิมโมบิเล่, ลอเรนโซ่ อินซินเญ่
อังกฤษ (3-4-2-1) : จอร์แดน พิคฟอร์ด – ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์ – ลุค ชอว์, เดแคลน ไรซ์, คัลวิน ฟิลลิปส์, คีแรน ทริปเปียร์ – เมสัน เม้าน์ท, ราฮีม สเตอร์ลิง – แฮร์รี่ เคน
ผู้ตัดสิน : บียอร์น ไคเปอร์ส (ฮอลแลนด์)